บทที่ 9 ข้าบอกว่าให้เดินดี ๆ

“คารวะท่านอ๋องเพคะ”

หนิงเซียน และฟางซินกล่าวทักทาย

“คุณหนูทั้ง 2 ไม่ต้องมากพิธี เชิญทุกท่านด้านใน”

ท่านอ๋องกล่าวเชื้อเชิญ สายตาเหลือบมองไปยังหนิงเซียน วันนี้นางก็ยังงดงามเช่นเดิม “คุณหนูรอง วันนี้ก็ยังคงงดงามเช่นเดิม  เจ้าใส่ต่างหูหยกคู่นั้นด้วย ช่างงดงามเกินคาดจริงๆ ”

หนิงเซียนเขินอายกับคำกล่าวชมแบบไม่ทันตั้งตัว

“ขอบพระทัยเพคะท่านอ๋อง”

แน่นอน ข้าต้องเตรียมตัวนานเกือบ 1 สัปดาห์ ทั้งดูแลผิวพรรณ สั่งตัดชุดใหม่ และทำเครื่องประดับใหม่ วันนี้ข้าใส่ต่างหูที่เขาซื้อให้มาด้วย ทั้งหมด ก็เพื่อวันนี้โดยเฉพาะ

เฮ้อ ข้าก็รู้อยู่แล้วว่าจะต้องเจอเหตุการณ์แบบนี้ ก็ไหนคิดว่าทำใจได้แล้ว คุ้นเคยจนเป็นสหายกันได้แล้ว คิดอะไรมากกันเล่าฟางซิน นางพลางคิด จนไม่ทันมองว่าบิดาและพี่สาวนางเดินเข้าไปในงานเลี้ยงแล้ว

“ขาของเจ้า หายดีแล้วใช่หรือไม่”

ท่านอ๋องเดินเข้ามาเพื่อไถ่ถามอาการ นางหลุดออกจากภวังค์เพราะเสียงเรียกนั้น

“ขอบพระทัยท่านอ๋องเพคะ หายดีแล้วเพคะ”

สาวน้อยเริ่มใจเต้นแรงอีกแล้ว ทำไมเขาชอบมาแบบไม่ให้สุ้มเสียง ไม่ทันให้ตั้งตัวแบบนี้ตลอดเลยนะ

“ดีแล้ว งั้นตอนนี้ เจ้าก็ออกเที่ยวได้แล้วสินะ”

ท่านอ๋องถามพลางยิ้มเบาๆ

“เพคะท่านอ๋อง เพื่องานนี้โดยเฉพาะ หม่อมฉันได้เดินทั่วเมืองหลวงเพื่อหาของขวัญชิ้นเลิศมามอบให้ท่านเลยทีเดียวเพคะ”

นางยิ้มอย่างพอใจ และคาดว่าท่านอ๋องคงจะชอบของขวัญที่นางเตรียมมา

นางจะเตรียมของขวัญแบบใดมาให้ข้ากันนะ ข้าเริ่มอยากรู้แล้วสิ

“คุณหนูฟางซิน” เจียฟู่เฉิงเดินตรงมาหาฟางซิน ฟางซินหันตามเสียง

“พี่ฟู่เฉิง ทางนี้ๆ”

ฟางซินทักทาย พร้อมเดินไปหาสหายทันที โดยลืมที่จะหันไปบอกกับเจ้าของงานเลี้ยง

พี่ฟู่เฉิง อย่างนั้นหรือ นี่นางสนิทสนมกับชายผู้นี้จนเรียกชื่อกันแล้วหรือ เฉิงอ๋องหงุดหงิดใจ

สายตาของความไม่พอใจ หงุดหงิด โกรธ ไม่สามารถคาดเดาอารมณ์ของท่านอ๋องเฉิงในเวลานี้ได้เลยว่า เป็นอารมณ์แบบใดกันแน่ รู้เพียงว่าสายตานั้นไม่พอใจอย่างที่สุด และยังคงจับจ้องไปที่คนทั้งคู่ ที่ทักทายกันอย่างสนิทสนมตรงหน้า

“พี่ฟู่เฉิง พี่ก็มางานเลี้ยงเช่นกันหรือ ข้าแปลกใจมากเลย” นางเอ่ยถาม

“ข้าและพวกพ่อค้าในหอการค้า ล้วนได้รับคำเชิญทั้งสิ้น ท่านอ๋องส่งบัตรเชิญให้ ข้าต้องให้เกียรติสิ และข้าก็คิดว่า คงจะเจอเจ้าที่นี่เช่นกัน”

เขารู้อยู่แล้ว ว่าเขาอาจจะได้เจอนางในงานนี้แน่ๆ งานเลี้ยงระดับนี้ มีหรือสกุลลู่จะไม่ถูกรับเชิญ แค่ไม่แน่ใจว่านางจะมาหรือไม่ แต่ด้วยอุปนิสัยของนาง คงไม่อยากพลาดโอกาสเช่นนี้เป็นแน่

“ข้าขอไปทักทายท่านอ๋องก่อน จะได้ไม่เป็นการเสียมารยาท”

“ไปกันๆ ทางนี้”

นางเดินนำทางมายังจุดที่นางเดินจากมา เขายังยืนอยุู่ที่เดิม เอ๊ะ ข้าตาฝาดหรือไม่ ทำไมดูเหมือนท่านอ๋องจะอารมณ์ไม่ดี เมื่อกี้ยังคุยกันอยู่เลย

“ข้าน้อย เจียฟู่เฉิง คารวะท่านอ๋องพ่ะย่ะค่ะ”

“ไม่ต้องเกรงใจ เชิญตามสบายเถิด วันนี้ท่านเป็นแขก ไม่ต้องมากพิธี”

ท่านอ๋องกล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบ

“พี่ฟู่เฉิง ท่านจะเข้าไปหรือไม่ เข้าไปพร้อมกับข้าเลยก็ได้ ข้าจะไปหาท่านแม่รองกับท่านพ่ออยู่พอดี”

“ท่านอ๋องเพคะ เจอกันในงานเลี้ยงนะเพคะ”

นางกำลังเดินไป แต่หากถูกมือหนึ่งดึงไว้ก่อน

“ข้ายังมีเรื่องจะถามเจ้าหน่อย อย่าพึ่งไป” ท่านอ๋องจับแขนนาง

“ท่านเจีย เชิญท่านเข้าไปก่อนได้เลย ต้าหรง นำทาง”

สิ้นเสียง ต้าหรงก็ทำหน้าที่นำทางเฟยฟู่เฉิงออกจากที่นั่นทันที ทำไมต้องให้ข้าพามา ข้าต้องอยู่คุ้มกันท่านอ๋อง นี่ท่านอ๋องกล้าประมาทถึงเพียงนี้เชียว ช่างเถอะ รีบส่งรีบกลับไปแล้วกัน

“ท่านอ๋องเพคะ หม่อมฉัน เจ็บเพคะ ท่านช่วยปล่อยมือหม่อมฉันก่อน จะได้หรือไม่เพคะ” ฟางซินกล่าว

อ๋องเฉิงเหมือนนึกขึ้นได้ รีบถาม

“เจ้าเจ็บมากหรือไม่ ขอโทษที ข้าลืมตัว” (ข้าโกรธอะไรอยู่นี่ บ้าจริง ทำนางเจ็บตัวจนได้) “ไปให้ท่านหมอตู้ดูอาการเจ้าหน่อยดีหรือไม่”

“ไม่ต้องเพคะ ๆ หม่อมฉันแค่ตกใจเพคะ ไม่ได้เป็นอะไรมากเพคะ อย่าทรงกังวล”

เขาเป็นอะไรไปนะ ไปโกรธใครมาถึงได้มาลงกับข้า

“แขกเข้าไปในงานกันหมดแล้วนะเพคะ ท่านอ๋อง ไม่เข้าไปหรือเพคะ”

“ออ ท่านอ๋องว่ามีอะไรจะถามหม่อมฉันเพคะ” นางนึกขึ้นได้ ที่เขารั้งไว้เพราะเรื่องนี้

“เอ่อ….. เจ้า ไปรู้จักกับพ่อค้านั่น ได้เช่นไรหรือ" เข้าถามแบบไม่อ้อมค้อม

“อ่อ รู้จักกันโดยบังเอิญเพคะ ข้าช่วยเขาไว้ครั้งก่อน เขาโดนนักต้มตุ๋นหลอกเอาเงิน ข้าเข้าไปช่วยเขาไว้พอดี เลยได้รู้จักกันเพคะ”

นางตอบอย่างภาคภูมิใจ ว่าแต่เขาจะถามเรื่องนี้ทำไมกัน นางคิดในใจ

“ออ กระนั้นเอง อย่างไรเสีย ก็อย่าไปสนิทสนมมากจะดีกว่า ยังไงก็เป็นคนต่างแคว้น ระวังไว้หน่อยก็ดี”

“งั้นหรือเพคะ แต่หม่อมฉันว่า พี่เจียเป็นคนดีนะเพคะ ทั้งจริงใจ และเปิดเผย ไม่น่าจะเป็นคนอย่างที่ท่านกล่าว”

นางแค่ตอบไปตามที่นางคิดเท่านั้น

“เจ้าจะรู้หรือ หากเขาเข้าหาเจ้าเพราะจุดประสงค์อย่างอื่น เกรงว่าคงไม่ทันระวังตัว เจ้าคง ..ช่างเถอะ ข้าเตือนให้เจ้า ห่างๆ เขาเอาไว้จะดีกว่า”

เปิดเผย จริงใจงั้นเหรอ หึ นางผู้นี้ช่างไร้เดียงสาเกินไปแล้ว

อะไรกัน มาว่าข้าฉอดๆๆ ข้าก็แค่คบสหายไม่ใช่หรือไง

“ขอบพระทัยท่านอ๋องที่ตักเตือน หากไม่มีธุระอะไรแล้ว หม่อมฉันขอตัว ท่านพ่อรอข้าอยู่ ขอตัวเพคะ”

ว่าแล้วนางก็เดินจากไป ข้าแค่คบสหาย จะผิดอะไรนักหนา เขาเป็นใคร จะมาตักเตือนข้า นี่ยังไม่ทันได้แต่งเข้ามาเป็นพี่เขย ก็ทำตัววางอำนาจเป็นคนในบ้านข้าแล้วเหรอ ข้าเคยชอบเขาไปได้เช่นไร คนเผด็จการเช่นนี้ อยู่ด้วยคงน่าเบื่อตาย พูดแล้วหงุดหงิด โอ๊ยยย ของกิน ใช่ ต้องหาของกินปลอบใจกระเพาะสักหน่อย จะได้ดีขึ้น

เป็นงานเลี้ยงที่เรียบง่าย แต่แขกกลับเยอะมาก อาหารการกินช่างหลากหลาย ผู้จัดงานเตรียมงานมาเป็นอย่างดี ละเอียดพิถีพิถันมาก ขนาดแยกฝั่งอาหาร สำหรับผู้ที่กินเจ มังสวิรัต และเนื่องจากแขกมาจากหลายๆ แคว้น บางท่านไม่ทานเนื้อหมู ก็มีโต๊ะแยกอาหารประเภทนี้ออกไป ฝั่งอาหารเจ ก็จะมีโต๊ะรับรองในสวน สำหรับผู้ที่ทานเจโดยเฉพาะ

“ท่านหมอตู้เจ้าคะ นี่ของขวัญให้ท่าน ขอบคุณที่ท่านช่วยรักษาข้าครั้งก่อนเจ้าค่ะ” ฟางซินเจอท่านหมอพอดี

“คุณหนู เกรงใจข้าเกินไปแล้ว นี่มันสมุนไพรทำยาหายากทั้งนั้น คุณหนู ไม่น่าสิ้นเปลือง ข้าน้อยเกรงใจนัก”

"ไม่ได้สิท่านหมอ ข้าเจอสมุนไพรพวกนี้ก็นึกถึงท่าน อย่างน้อยก็จะได้เอาไว้ช่วยชีวิตคน สมควรๆ ท่านรับไว้เถอะนะเจ้าคะ ไม่งั้นข้าไม่สบายใจ"

ท่านหมอมองคุณหนูอย่างซาบซึ้งใจ นางช่างเป็นสตรีที่จิตใจงามยิ่งนัก

"ขอบคุณขอรับคุณหนู ข้าจะรับของมีค่าที่ท่านมอบให้ และรักษาอย่างดี วันหน้าต้องมีประโยชน์อย่างแน่นอนขอรับ"

“คนก็เจอแล้ว ของขวัญก็ให้แล้ว ท่านหมอ ข้าขอตัวเข้าไปในงานก่อนนะเจ้าคะ เดี๋ยวท่านพ่อจะหาข้าอีก”

“เชิญคุณหนูขอรับ” ว่าแล้วท่านหมอตู้ก็รีบนำสมุนไพรมีค่านี้ ไปเก็บที่ห้องยาของเขาทันที

บทก่อนหน้า
บทถัดไป